แม่บ้านไทยในต่างแดน ตอนที่5

       ความเดิมตอนที่แล้วจ้า http://ritacooking.com/th/articles/94225-thai-housewife-abroad-part-4

        มาดามก็ยังอยู่ศรีลังกากันต่อไป เดือนนี้จะเข้าเดือนที่ 2 แล้วที่มาดามเก็บเสื้อผ้าตามมาศึกษาดูใจกับท่านเซอร์บียอร์น

แต่เมื่ออาทิตย์ก่อนได้บินกลับเมืองไทยอาทิตย์หนึ่ง บริษัทต้องการขายเรือซึ่งมันอยู่ในชื่อมาดาม เลยต้องบินกลับไปจัดการ กลับมารอบนี้ มาดามขนมาหมด ขิง ข่า ใบมะกรูด

        ถึงจะอยู่เข้าเดือนที่ 2แล้ว แต่ก็ยังอยู่ในช่วงปรับตัว .. ได้ออกจากบ้านกับท่านเซอร์บียอร์นก็แค่ เฉพาะวันเสาร์หรือวันอาทิตย์เท่านั้น ไปกินข้าว ไปเที่ยวจู้จี๋กันกับท่านเซอร์ แต่ได้แค่วันหยุดเท่านั้นนะ

และไปซื้อของเข้าบ้านวันจันทร์ อาทิตย์ละครั้ง จากคนที่เคยอิสระ โดดขึ้นเรือ โดดลงดำน้ำตอนไหนก็ได้ มาอยู่เป็นนกน้อยในกรงทองแบบนี้ บอกเลยว่าไม่โอเครมากๆ แต่เพื่อท่านเซอร์....มาดามศรีทนได้!

          กับท่านเซอร์ไม่มีอะไรต้องปรับต้องจูนกันเท่าไหร่ อาศัยพูดคุยทำความเข้าใจกันมากกว่า กฎง่ายๆของชีวิตคู่เราคือ

ห้ามโกหก สงสัยให้ถาม ไม่พอใจให้พูด และห้ามคิดแทนคนอื่น ..อย่าไปคิดว่า เขาคงไม่ชอบหรอกมั้ง เขาคงไม่แคร์หรอกมั้ง เขาคงไม่หิวหรอก.. อะไรพวกนี้ห้ามเด็ดขาด และถ้าฝ่ายใดเปิดโอกาสให้พูด ในสิ่งที่ค้างคาใจ ห้ามพูดคำว่า

”ไม่มีอะไรหรอก ช่างมันเถอะ” ถ้ามันยังมีอะไรอยู่ ห้ามใช้เลยคำนี้ เพราะคนที่พูดว่า ไม่มีอะไร คือมันควรจะไม่มีอะไรจริงๆ

ไม่ใช่พูดว่า ไม่มีอะไรแล้ว ในหัวในใจยังค้างคาอยู่ เมื่อพูดไปแล้วว่าไม่มีอะไร ก็อย่าคาดหวังว่าอีกฝ่ายจะเห็นสิ่งที่มันยังค้างคาอยู่ และเมื่ออีกฝ่ายไม่เห็นก็อย่านอยด์ว่า เขาไม่แคร์ เพราะถ้าเขาไม่แคร์เขาจะไม่เปิดดอกาสให้เราได้พูดตั้งแต่แรก..

 กฎของชีวิตคู่เราง่ายมากๆ 1+1ต้องได้ 2 ไม่เอาสาม สี่ ห้าอะไร ไม่เอาจุดทศนิยมใดๆ มันต้องง่ายและตั้งอยู่บนพื้นฐานความจริงเท่านั้น .. เรื่องปรับตัวเข้าหากันจึงไม่มีอะไรมาก

         แต่เรื่องปรับตัว ความเป็นอยู่ให้เข้ากับสภาพแวดล้อม ของประเทศและหมู่บ้านที่อยู่นี่สิ ยากกว่า  ไหนจะเรื่องอาหารการกินที่ไม่ถูกปาก วัติถุดิบที่หาโคตรยาก ไม่เข้าใจภาษาพื้นบ้านเขา จะไปไหนก็ต้องพกเบิร์นนี่ไปด้วยตลอด ซึ่งนางก็ห่วงแต่ทำความสะอาดบ้าน ไม่อยากไปไหนกับเรา

“เนี่ยเบิร์นนี่ยังไม่ได้กวาดหยักไหย่เลย เซอร์บียอร์นไม่ชอบหยากไหย่ มาดามจะอยากไปทำไมคะชายทะเล”  นางก็จะบ่นอุบอิบประมาณนี้ตลอด อันโน้นยังไม่ได้ทำ อันนี้ก็ยังไม่ได้เก็บ เดี๋ยวเซอร์กลับมาดุ ..

“โฮ้ .. กวาดทุกวัน แมงมุมที่ไหนจะมาชักไยทันห๊ะ? แล้วกลัวจังกับท่านเซอร์ดุเนี่ย ฉันมาอยู่ตั้งนาน ไม่เคยเห็นเขาดุเบิร์นนี่สักคำ ถ้าดุนะฉันจะจัดการเอง เบิร์นนี่ไม่ต้องกลัว” แต่เห็นบ่นๆแบบนี้ เดินนำหน้าตลอดนะค๊า!

          จริงๆเราก็อยากไปไหนมาไหนเองนะ แต่ผู้คนที่นี่ก็เป็นมิตรเกิ้น เป็นมิตรจนเราแอบระแวง แถมชอบจ้องแบบเอาเป็นเอาตาย  จ้องกะให้ละลายกันเลยทีเดียว

 เราเดินออกหน้าถนนปั๊บ ยิ้มมาให้ตั้งแต่ร้อยเมตรเลย (นึกไม่ออกเคยเจอกันไหม) แถมส่งเสียงทักทายราวกับรู้จักกันมาเป็นชาติ เพราะเราไม่เข้าใจภาษาบ้านเขาเลยไม่รู้จะตอบยังไง ได้แต่ยิ้มกลับไปให้ (ไอ้ยิ้มกลับนี่แหละตัวดี)

.. กะว่าจะไปเดินเล่นดูสภาพแวดล้อมบ้านเขาสักหน่อย  เจ้ารถสามล้อก็บีบแตร จอดถามตลอดทาง จะไปไหน ไปกับผมไหม ผ่ามากี่คันๆ ก้จอดถามหมด บางคนนี่แทบจะลากเราขึ้นรถ คือตัวนู๋ยังไม่รู้เลยว่าหนูจะไปไหน แล้วจะลากหนูไปส่งให้ที่ไหนละค๊า!ฮ่วย!

  คนที่นี่หน้าตาเหมือนแขกอินเดียตอนใต้ ตามที่เคยอ่านมา ก็เป็นคนชนเผ่าเดียวกับคนอินเดีย แต่แตกประเทศออกมา

การพูดจา ออกท่าทางเหมือนกันเลยค่ะ เวลาชี้นิ้ว ให้ใช้ทั้งฝามือชี้ไปในทิศทางที่จะชี้ ห้ามใช้นิ้วเดียว

เพราะถือว่าไม่สุภาพนะคะ แล้วเวลาพูดนี่ หัวนายจ๋า นางจ๋าทั้งหลายก็จะส่ายด๊อกแด๊ก ด๊อกแด๊ก

ที่สำคัญไม่ว่าจะ Yes หรือ No หัวพวกเขาจะส่ายหมด เรานี่งง เลย ตกลงมันใช่หรือไม่ใช่!

ลองพูดคำว่าใช่แล้วส่ายหัวดูสิ .. งงเนอะ 555

         ความกันดารของที่นี่อีกอย่างคือ ไม่มีน้ำประปาจ้า หน้าบ้านจะมีแทงค์ปูน4เหลี่ยมใหญ่เอาไว้ใส่น้ำ

บ้านเราซื้อน้ำใช้จากบริษัทเอกชน รถน้ำจะมาส่งน้ำอาทิตย์ละครั้ง หรือทุกๆครั้งที่โทรตาม

เวลารถน้ำมา เบิร์นนี่จะหายไปทีละนานๆ หอบหิ้วขวดน้ำ กระป๋อง ขวดพาสติก มารองน้ำ

 เอากลับไปกินไปใช้ที่บ้าน เพราะเป็นน้ำที่เหลือจากแทงค์

 รถน้ำ

         เบิร์นนี่เล่าว่าปกติ เบิร์นนี่ต้องตื่นตี4ทุกวัน เพื่อเอาถังไปรองน้ำ เวลารถน้ำของหมู่บ้านมาส่ง ถ้าไปช้าก็อด ต้องขอน้ำจากที่บ้านเซอร์บียอร์นไปใช้ แต่ไม่กล้าขอบ่อย เพราะเซอร์ก็ต้องซื้อน้ำใช้ เพราะเบิร์นนี่ตัวเล็ก เอาถังใหญ่ๆมาใส่ก็หิ้วไม่ไหว เลยได้แต่ขนใส่ขวดน้ำอัดลม กระป๋องเล็กๆ แม้แต่กระป๋องนมข้นเบิร์นนี่ก็เอามาใส่น้ำกลับบ้าน!

มาดามก็อยากให้รถน้ำไปส่งที่บ้านเบิร์นนี่นะ แต่รถเข้าไม่ได้ เพราะถนนเล็กมาก บางทีถ้าเบเนดิ๊กซ์มาเราก็จะให้เอาน้ำใส่ถังใหญ่ไปส่งให้ แต่เบิร์นนี่ไม่ค่อยเอา ไม่รู้จะเกรงใจอะไรนักหนา

       ที่นี่มีไฟฟ้าใช้นะคะ แต่ดับทุ๊กกกกวัน! ดีนะที่บ้านมีเครื่องปั่นไฟไว้ให้ แต่เวลาไฟดับ กระแสไฟมันกระตุก เล่นเอาเครื่องเสียง เครื่องคอมพังไปเป็นแถบๆ ไฟตัดทีตู้เย็นสั่นเป็นจ้าวเข้า!  คือตอนที่ไปมันตรงกับช่วงฤดูฝนพอดี แค่พอฝนตั้งเค้ามาก็ บ้ายบายไฟฟ้าจ๋า ... บางวันไม่มีฝนก็ดับ  เราถามเบิร์นนี่เกิดอะไรขึ้นเหรอ เบิร์นนี่บอกสงสัยหมาฉี่ลดเสาไฟฟ้า! ... แหม...สาวศรีลังกาก็ประชดประชันเก่งไม่แพ้สาวๆชาติใดในโลกนะจร้า

ถึงจะบ่นนั้นบ่นนี้ แต่เอาจริงๆนะ มาดามก็เริ่มชอบหมู่บ้านนี้ ชอบเบิร์นนี่ ที่พยายามปรับตัวเข้าหามาดามอย่างมาก  ชอบรอยยิ้มชาวบ้าน ถ้าจะแค่ยิ้มอยู่ห่างๆนี่จะดีมากๆเลย

         หลังจากไปเก็บกระเพรามากินวันก่อน แถมเบิร์นนี่เอาไปแบ่งให้เพื่อนบ้านชิมอีก ทำให้มาดามเป็นที่เลื่องลือของหมู่บ้านในเรื่องทำอาหาร เบิร์นนี่ถึงกับคุยอวดว่า มาดามของฉันเอาวัชพืชมาทำอาหารยังอร่อยเลย เหอๆๆ มันน่าภูมิใจไหมเนี่ย ทุกเช้าเบิร์นนี่ก็ถามว่า เพื่อนบ้านฉันอยากรู้ว่า วันนี้มาดามจะทำอะไรแปลกๆให้กินอีกไหมคะ? แหม.. เห็นมาดามเป็นอะไรเนี่ย ถามหาแต่ของแปลก

       จะว่าไปถึงมาดามจะบ่นเรื่องอาหารการกินบ่อยๆ แต่อยู่ที่นี่ก็โชคดีเรื่องอาหารทะเลนะ เพราะสดและถูกมากๆค่ะ

แต่ต้องให้เบิร์นนี่เป็นคนซื้อนะ เบิร์นนี่ต้องนั่งรถเมล์จากหน้าหมู่ไปประมาณครี่งชั่วโมงก็ถึง เป็นตลาดสดท่าเรือ มีของสดๆ กุ้งหอยปูปลาไปจนถึงผักสดๆที่ส่วนใหญ่วางขายบนพื้น มีกระสอบปูวางรองอีกที ตอนนั้นมาดามยังไม่ได้เห็นเองนะ

เบิร์นนี่ไม่ยอมให้มาดามนั่งรถเมล์ เป็นตายยังไงก็ไม่ยอม จะให้เบนเนดิ๊กพาไป มันก็คนละทางกับไปในเมือง กว่าเบนเนดิ๊กจะไปส่งบียอร์นทำงานแล้วตะรถย้อนมารับเราเข้าเมืองเพื่อซื้อของ เอาเรากลับส่งบ้านแล้วกลับบริษัทเพื่อรับบียอร์นกลับจากทำงาน.. จะให้พาเราวกไปตลาดอีก ไม่เอาอ่ะ สงสาร

        แต่วันนี้ลูกสะไภ้เบิร์นนี่ไปตลาดแต่เช้า เราฝากซื้อกุ้ง ได้กุ้งตัวใหญ่มาถุงใหญ่ๆ เห็นแล้วอยากกินต้มยำแซ่บๆขึ้นมาทันที อยากกินฉู่ฉีกุ้ง อยากกินพล่ากุ้ง อยากไปหมด 555  .. ถ้าจะทำต้มยำในครัวก็มีของเกือบครบแล้ว ขาดแต่ตะไคร้ แต่ไม่ว่าจะทำอะไรก็ต้องหาตะไคร้ก่อน ที่พึ่งแรกและสุดท้ายก็ไม่พ้น เบิร์นนี่สิค่ะ

เราก็ถามเบิร์นนี่เธอรู้จักตะไคร้ไหม “ Bernie do you know lemongrass?”

เธอก็ตอบกลับมาด้วยสำเหนียงศรีลังกาแบบแขกๆ ทำหัวสั่นด๊อกแด๊กๆ

something for Madame using for cooking?” “ที่มาดามจะเอามาทำอาหารเหรอ” เบิร์นนี่ถามกลับ

“ใช่ๆ นั่นแหละฉันจะเอามาใส่ต้มยำ ที่ชื่อดังๆของเมืองไทยเลย เดี๋ยวเธอได้ชิม”

เบิร์นนี่ก็ถามว่า “ซุปที่มันเผ็ดๆเปรี้ยวๆนะเหรอฉันเคยกินครั้งหนึ่ง นานแล้ว ”

เออเฮ้ย!...คุยเรื่องเดียวกันแบบนี้มีหวังๆได้กินแน่ๆ แต่ตอนเบิร์นนี่ย้ำว่า “Lemongrass” เลม่อนกราส... แล้วก็ทำหน้าแปลกๆ เกาหัวแกร๊กๆก่อนเดินออกไป

        เวลาคุยกันเราก็จะใช่ภาษาอังกฤษ อย่างที่บอกเบิร์นนี่อายุหกสิบกว่าแล้ว ภาษาอังกฤษก็ไม่ใช่ภาษากำเนิดทั้งของเราและเบิร์นนี่ ก็มีหลายๆทีที่หลุดไปกันคนละโลก

        เบิร์นนี่ก็ขอตัวไปหาซื้อ ตะไคร้ (lemongrass) มาดามอยู่ทางนี้ก็เตรียมล้างกุ้งตัดหัวตัดหนวดผ่าหลัง ต้มน้ำรอ ไม่ได้กินแซบๆมาหลายวันวันนี้แหละ จะกินให้โล่งใจเลย ดีใจที่มีเบิร์นนี่อยู่ด้วยถึงจะแก่แต่ก็คล่องแคล่วเชียว ทำอะไรให้กิน

กินหมดไม่เคยเกี่ยงเรื่องเผ็ดไม่ต้องกลัวคนที่กินเผ็ดอยู่แล้ว เครื่องเทศบ้านเขาบางอย่างเผ็ดกว่าแกงบ้านเราซะอีก

          หายไปแป๊ปเดียวก็ได้ยินเสียงนำหน้ามาเลย "มาดามมมมมมมมมมมม" สักพักตัวก็ตามเสียงมา

เดินหน้ายิ้มแป้นมาเลย มือหนึ่งถือมะนาวมา2ลูก อีกมือถือ หญ้ามาอีกกำมือหนึ่ง

“ มาดามฉัน เอาเลมอน (มะนาว)มาให้แล้วนะ ส่วน กร้าส(หญ้า) ฉันเอาในสนามเรามาให้มันมีตั้งเยอะ ฉันไม่อยากเอาจากข้างถนนมาให้มันสกปก

>< “ Madame I bring you lemon here but some grass I can take from our garden I don’t want bring from outside its dirty”

เบิร์นนี่บอกว่ากลับไปเอามะนาวมาให้จากที่บ้าน เพราะอยู่ใกล้ๆดีกว่าไปร้านค้า กลัวมาดามรอ แล้วก็แวะบอกเพื่อนบ้านว่าวันนี้มาดามจะทำต้มกุ้งกับหญ้าใส่มะนาวให้กิน

           ทุกคนดีใจจะได้ชิมของแปลก แต่มาดามได้ยืนทำหน้าแปลกๆ แบบอธิบายไม่ถูกอยู่นาน อึ้งค่ะ อึ้ง!ก็ไหนว่าเราคุยเรื่องเดียวกันไงละเบิร์นนี่!!!!

         เฮ้อ...ห่วงแต่เพื่อนบ้านเบิร์นนี่จะคิดว่า มาดามบ้านนี้มาจากภาคไหนของประเทศไทยหว่า กินอะไรแต่ละอย่างไม่พ้นหญ้าพ้นพืชเลย สุดท้ายก็ต้องปิดเตา วางกุ้งไว้ ไปเปิดคอมพิวเตอร์ค้นหารูปต้นตะไคร้ให้เธอดู พอเห็นเธอก็อุทานใหญ่โตเป็นภาษาบ้านตัวเอง โฉ้งเฉง T (@#$%$#@//**&&5) (ฟังไม่ออก) แล้วก็หันมาบอกเราว่า มันไม่ใช่หญ้า มันคือ “เซร่า” ภาษาบ้านเบิร์นนี่เรียกว่าเซร่าค่ะ เอิมม..! แล้วฉันเคยบอกรึ ว่ามันคือหญ้า

"ก็มาดามบอกว่ากร้าสๆ "(Glass)  ...ค่ะ!มาดามผิดเองค่ะ! สุดท้ายนางก็ออกไปซื้อให้แต่โดยดี

     เมื่ออาทิตย์ที่แล้วไปซื้อของเข้าบ้าน เจอพริกเผาต้มยำสำเร็จวางขายอยู่บนชั้นวาง โครตแพงเลย แต่ก็สอยมากระปุกหนึ่ง วันนี้เลยเอามาใช้กลิ่นหอมดี แต่โคตะระเค็มเลย ตอนทำใส่เกลือเพื่อปรุงรสไปหยิบมือเดียว ยังไม่ได้ใส่น้ำปลาเลยเค็มนำโดไปสามโค้งล่วงหน้า .. ทำไงละที่นี้ ต้มยำนะเว้ยตัดหวานเพื่อลดเค็มก็ไม่ได้ เพิ่มมะนาวรสก็รสจัดจนกลืนไม่ลง ...

        เอาว่ะ!เติมน้ำ เติมตะไคร้ เต็มเห็ดลดเค็มก็ได้ โอ้โฮ้!เพิ่งเข้าใจคำว่า น้ำท่วงทุ่งผักบุงโหรงเหรงก็คราวนี้เอง ต้มย้ำหม้อเบ้อเริ่มมีกุ้งอยู่ 5ตัว!.. ตัดใจเติมกุ้งที่เหลือเข้าไป ไหนๆเบิร์นนี่ก็ไปคุยอวดเพื่อนบ้านแล้วนี่ว่ามาดามจะทำ ต้มซุปหญ้าให้กิน จะได้แบ่งไปให้ชิมกันแก้ข่าวซะหน่อย ว่าต้มยำฉันไม่ใส่หญ้านะเว้ย..

กว่าจะได้กินต้มยำวันนั้น ก็ปาไปเกือบบ่าย 2!

ระหว่างทำ เบิร์นนี่ก็ป้วนเปี้ยนอยู่ใกล้ๆตลอด ตกลงไม่ใส่หญ้าใส่ไหมคะนางยังไม่ได้เอาหญ้าไปทิ้งอีกค๊า

แล้วฉันบอกตอนไหนว่าใส่หญ้า ยูนะฟังไม่ดี

แล้วฉันจะบอกเพื่อนบ้านว่ายังไงดีค่ะ ไปคุยไว้แล้วด้วย..

ใครใช้ละ.. ยูพูดเองก็ไปจัดการเองเหอะ

         มาดามก็ปากดีไปยังงั้นแหละ พอต้มยำเสร็จเราก็ชวนเบิร์นนี่เลาะชายทะเลสาบหลังบ้าน มีผักตบลอยเต็มไปหมด

         เราก็เก็บหลดผักตบอ่อนๆมา แล้วก็เก็บดอกลีลาวดีที่ร่วงใหม่ๆหลังบ้าน มีเป็นสวนเลยละคะ แล้วก็ดอกเข็มจากต้นที่เจ้าของบ้านปลูกทำรั้ว ใบเล็บครุฑ เอามาชุปแป้งทอดให้เบิร์นนี่ คุณเธอกรี๊ดกร๊าดดีด๊า ตื่นเต้นจนหัวสั่นหัวคลอน

ไหนๆก็ไหนๆ ให้มันดังกระฉ่อนไปด้วยกันเลย!

         “ฉันไม่รู้เลยว่าของพวกนี้มันกินได้ มาดามมาจากส่วนไหนของประเทศไทยเหรอคะ?

มาดามคนก่อนไม่เคยทำอะไรแบบนี้ให้กินเลย (เรื่องมาดามคนก่อนนี่ เดี๋ยวจะมีดราม่าตามมานะคะ ตอนนี้เก็บไว้ก่อน )

       แหม.. ถามจัง เรื่องมาจากส่วนให้ของประเทศไทยเนี่ย! มาจากส่วนไหนก็ทำให้กินได้แล้วกันละหน่า….
ทีนี้ทุกวัน นางก็จะมาทำงานพร้อมดอกไม้ ใบหญ้าแปลกๆในมือ ใบอะไรไม่รู้แปลกๆมาให้เต็มไปหมด

ไม่ได้เอามาให้นะคะ แต่เอามาให้มาดามทอดให้กิน!

เอิ่ม.. คือมันกินไม่ได้ทุกอย่างหรอกนะ! มาดามก็สุดจะอธิบายว่าทำไมอันนั้นกินได้ แล้วทำไมอันนี้กินไม่ได้

        เพราะเวลาบอกเบิร์นนี่ว่ากินไม่ได้เธอก็จะถามว่าทำไม ทำไม ทำไม.....  มาดามศรีก็อุตส่าห์บอกว่าไม่เคยกิน ที่เมืองไทยเขาไม่กินกัน คุณเธอก็แย้งว่า พืชพวกนั้นที่มาดามกิน เธอกับเพื่อนบ้านก็ไม่เคยกิน ทำไมยังกินได้เลย อันนี้มาดามไม่เคยกิน มันอาจจะกินได้ก็ได้นะคะ .. เอิ่ม.. หมดคำอธิบายค่ะ ..... แหม.. บางทีมาพร้อมดอกอะไรไม่รู้ยางงี้เยอะเชียว

เกือบจะทุกเช้า ที่เบิร์นนี่มาทำงาน พร้อมดอกไม้ในมือ ไม่ได้เอามาให้มาดามนะค๊า แค่เอามาให้ดูแล้วถามว่า มันกินได้ไหม!!??!!

นี่เป็นที่เบิร์นนี่มาทำงาน พร้อมดอกไม้ในมือ
ไม่ได้เอามาให้มาดามนะค๊า แค่เอามาให้ดูแล้วถามว่า มันกินได้ไหม!!??!!

    ***ป.ล. มาดามต้องขอโทษด้วยนะคะ ที่ฉบับที่แล้วรับปากว่าจะพาไปเที่ยวภาคเหนือของศรีลังกา ..

ขอสารภาพว่า ท่านเซอร์จองตั๋วเครื่องบินผิด เลยต้องไปเที่ยวกันแบบผิดแผนไปหน่อย ทำให้ระลึกชาติเกี่ยวกับศรีลังกาภาคเหนือไม่ทัน แห๊ะๆๆ...

แต่ตอนหน้าจะพาไปจริงๆละน๊ะ อย่าลืมติดตามตอนต่อไปกันนะคะ

  

Madame Bee

ชนาพร วิไลลักษณ์ at 23 สิงหาคม 2017 20:07
มีย่อหน้าแล้ว อ่านสบายตาขึ้น อ่านสนุกขึ้นเยอะเลย ขอบคุณที่รับฟังเสียงเล็กๆจากแฟนเพจอย่างเรานะคะ