แฟชั่นมรณะซีรี่ย์ 3 - แฟชั่นผ้าบางเบาและเปียกชื้น

ช่วงหน้าฝนแบบนี้หลายๆคนก็อาจจะป่วยด้วยโรคหวัดและโรคอื่นๆอันเนื่องมาจากความชื้นและเย็นกันมากมายเลยทีเดียว 

ซึ่งถ้าเป็นคนไทยเรายามที่ต้องโดนฝนนั้น เมื่อกลับถึงบ้านนั้นต้องเปลี่ยนเสื้อผ้าและเช็ดตัวให้แห้งเพื่อป้องกันการเป็นหวัดใช่มั้ยครับ 

แต่เชื่อมั้ยครับ!! ว่าในอดีตนั้นเคยมีการจงใจสวมเสื้อผ้าบางๆเปียกๆเพื่อเป็นแฟชั่นให้ดูกิ๊บเก๋ไฮโซโชว์เรือนร่างกัน จนเป็นเรื่องราวที่แอดจะมาเล่าในวันนี้ถึงเรื่อง “แฟชั่นมรณะ” ตอน “อาการป่วยจากการสวมใส่ชุดผ้ามัสลิน” (Muslin disease) กันนะครับ

ซึ่งเจ้าผ้ามัสลิน (Muslin) นั้นเป็นผ้าฝ้ายเนื้อโปร่งบางมากๆ นิยมนำมาทำเป็นระบายสีเป็นผ้าบาติก ที่นำมาใช้เป็นผ้าเช็ดหน้านั่นล่ะครับ (คิดดูเอาเองว่าบางขนาดที่เป็นผ้าเช็ดหน้าโปร่งๆได้น่ะครับ)

โดยที่ในช่วงปลายศตวรรษที่ 18 ถึงต้นศตวรรษที่ 19 นั้น ณ ประเทศฝรั่งเศสได้บัญญัติ “กฏหมายจำกัดความฟุ่มเฟือย” (Sumptuary Laws) ออกมา โดยการจำกัดว่าชุดที่สวมใส่สำหรับหญิงชาวบ้านนั้นห้ามมีน้ำหนักเกิน 3.5 กิโลกรัมอีกแน่ะ 

และมีการจับหญิงที่มีการสวมใส่กระโปรงชั้นใน “ปะติโค๊ท” (petticoats) นั้นมาประหารเครื่องกิโยติน(guillotine) ด้วย โดยพวกคลั่งลัทธิกฏหมายนี้ 

ประจวบกับว่าช่วงนั้นได้มีพ่อค้านามว่า Edward Baines ได้นำผ้ามัสลินจากอินเดีย ซึ่งมีความโปร่งบางเหมาะสำหรับการสวมใส่ในเขตร้อนอย่างประเทศอินเดียน่ะครับ

โดยมีการนำเข้า (import) มายังประเทศอังกฤษในตอนนั้น เพื่อให้เหล่านางโชว์สวมใส่ยามเต้นระบำยั่วกำหนัดชายหนุ่มด้วยความโปร่งบางของเนื้อผ้านั่นเอง 

ซึ่งในช่วงปลายศตวรรษที่ 18 นั้นทางประเทศอังกฤษก็ต้องการที่จะระบายผ้ามัสลินออกสู่ตลาดประเทศอื่นๆ จึงพยายามสร้างกระแสแฟชั่นการสวมใส่ผ้ามัสลินสู่ประเทศอื่นๆในยุโรป รวมทั้งฝรั่งเศสด้วย 

ซึ่งจากเหตุทั้งเรื่องกฏหมายการจำกัดความฟุ่มเฟือย และการนำเข้าของผ้ามัสลินในประเทศฝรั่งเศสตอนนั้น จึงเกิดแฟชั่นใหม่ที่ได้รับความนิยมจากชุดที่โปร่งบางที่ตัดเย็บด้วยผ้ามัสลินขึ้นมาเลยครับ

ซึ่งความโปร่งบางของผ้ามัสลินขณะแห้งนั้น คงจะไม่สะใจแฟชั่นชาวฝรั่งเศสซักเท่าไรนัก จึงได้เริ่มมีการ “อุตริ” สวมใส่ชุดมัสลินที่รดน้ำจนเปียกชุ่มตลอดเวลา เพื่อโชว์เนื้อหนังมังสามากขึ้น (ถ้านึกไม่ออก ก็นึกถึงสาวๆใส่เสื้อขาวใส่เล่นสงกรานต์ดูสิครับ ว่าจะโชว์ส่วนสัดได้ดีแค่ไหน ) รวมไปถึงการไม่ใส่ชุดชั้นในเพื่อให้ดูรูปร่างเพรียวบางขึ้นด้วย 

แต่แหม!! ชุดบางๆเปียกๆ เวลาเราสวมใส่ตอนเล่นสงกรานต์เมืองไทยยามที่ต้องลมพัดผ่านนี่เย็นเยือกแค่ไหนนี่ แอดยังไม่อยากจะคิดเลยครับ 

แต่นี่ดันเป็นแฟชั่นในยุโรปที่นิยมสวมใส่ตอนนั้น แม้กระทั่งในหน้าหนาว (บรื๋ออออ ) ทำให้ในประเทศฝรั่งเศสตอนนั้น (ต้นศตวรรษที่ 19) มีผู้หญิงป่วยด้วยโรคปอดบวม (pneumonia) / ไข้หวัดใหญ่ (flu) กันมากมายจากแฟชั่นนี้ ว่ากันว่าเป็นจำนวนถึง 60,000 คนในตอนนั้นเลยทีเดียว (ซึ่งแอดไม่ทราบยอดผู้เสียชีวิตจากโรคนี้น่ะครับ)

ซึ่งก็เลยเป็นที่มาของชื่อ “muslin disease” ที่ใช้เรียกแทนคำว่า “โรคปอดบวม” ในตอนนั้นเลยทีเดียว ซึ่งเป็นคนละ “ปอดบวม” ของสาวๆเนตไอดอลในสมัยนี้นะครับ แฮร่ๆ

สุดท้ายนี้แอดก็ขอขอบคุณรูปประกอบบทความจากลิงก์นี้ด้วยนะครับ
http://www.neatorama.com/2014/04/02/Deadly-Fashion-Trends/

#ผู้หญิงทรมานแค่ไหนก็ได้ถ้าจะสวย
#แฟชั่นมรณะเดอะซีรีส์