ไปเที่ยวเกาะสีชังกัน Day 1

ไปเที่ยวเกาะสีชังกัน Day 1

ถ้าพูดถึงจังหวัดชลบุรี คงไม่มีใครที่จะไม่รู้จัก เพราะเป็นจังหวัดหนึ่งที่โด่งดังไปทั่วโลก เนื่องจากมีสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติอยู่มากมายแล้ว ยังมีความสะดวกสบายสำหรับการท่องเที่ยว มีระบบขนส่งที่หลากหลาย และไม่ไกลจากกรุงเทพฯ เมืองหลวงของเรามากนัก ใช้เวลาเดินทางเพียงแค่ 2 ชั่วโมง นอกจากเกาะล้าน และพัทยาแล้วยังมีเกาะอีกเกาะหนึ่งที่น่าสนใจนั้นก็คือ เกาะสีชัง

การเดินทางไปเกาะสีชังไปได้หลายเส้นทาง ไม่ว่าจะเป็น รถยนต์ส่วนตัว ซึ่งใช้ถนนสายบางนา - ตราด หรือรถโดยสารสาธารณะ เช่นรถตู้ หรือรถขสมก. โดยสามารถไปขึ้นรถได้ 2 แห่ง คือ สถานีเอกมัย หรือ สถานีหมอชิต แล้วไปลงที่โรบินสันศรีราชา แล้วนั่งมอเตอร์ไซต์รับจ้างหรือสามล้อเครื่องไปยังท่าเรือจรินทร์ หรือใครจะเดินไปก็ไม่ว่าแต่ขอบอกว่า ไกลน่าดูชมทีเดียว เรือไปเกาะสีชังมีออกทุกๆ ชั่วโมงค่ะ ถือว่าสะดวกสบายมากเลย

วันทีไปเกาะสีชังเรา และเพื่อนแบ่งสายกันไปทำงานในชลบุรีกันคนละที่ค่ะ สายของเราเลิกเย็นกว่าอีกสายมาก เราเลยต้องนั่งรถ ลงเรือคนเดียว เพื่อตามไปสมทบกับเพื่อนๆ ค่ะ กว่าจะถึงเรือก็ประมาณ 15:05 น. คลาดเรือไปแค่ 5 นาที เห็นตูดเรืออยู่ไม่ไกล แต่ถ้าจะให้ว่ายน้ำตามเรือไปคงไม่ไหว เราจึงต้องนั่งรอเรืออีกถึง 50 นาที เมื่อซื้อตั๋วเสร็จ ราคาตั๋วอยู่ที่ 50 บาทต่อคน เรายังไม่ลงเรือขอไปหาสเบียงนั่งทานรอบนเรือดีกว่า บริเวณโดยรอบก็มีร้านค้าเล็กๆ อยู่ประปราย เมื่อได้สเบียงเล็กๆน้อยๆ และคนเริ่มทยอยมาแล้วเราจึงขอไปหาที่นั่งบนเรือก่อนที่จะเต็มดีกว่า ขึ้นไปปุ๊ปก็จัดแจงหาที่หาทางวางของ และลงมือทานสเบียงที่ซื้อมาทานคู่กับวิวทะเลชิลๆ อิ่มอร่อยมากเลยค่ะ

ระหว่างนั้นเพื่อนที่ไปรออยู่บนเกาะแล้วก็ไลน์มายิกๆ ว่าแกถึงไหนละ พวกชั้นลงสระรอแล้วนะเฟร้ย พร้อมถ่ายรูปรัวๆ มาอวดเราค่ะ หมั่นไส้พวกนางมาก หลังจากที่พวกนางรัวรูปมาทำให้เราต้องทำเมินเฉยประหนึ่งไม่แคร์ เลยทำเป็นไม่สนใจนาง เลยเปิดเนทหาข้อมูลของสถานที่ที่เราจะไปกันค่ะ เราชอบที่จะอ่านประวัติของสถานที่ที่เราจะไปก่อนเพื่อเพิ่มอรรถรสในการท่องเที่ยวค่ะ

เพื่อนๆ รู้หรือไม่ค่ะว่า เกาะสีชัง และเป็นอำเภอที่เล็กที่สุดของประเทศไทย และเป็นอำเภอที่อยู่ใกล้กับอำเภอศรีราชา จึงทำให้หลายๆคน (รวมทั้งเราเอง 55) เข้าใจว่าเกาะสีชังอยู่อำเภอศรีราชา เกาะแห่งนี้เป็นเกาะที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ค่ะ โดยในอดีตเกาะแห่งนี้เป็นสถานที่ประทับของพระเจ้าแผ่นดิน 3 พระองค์ คือ รัชกาลที่ 4 รัชกาลที่ 5 และรัชกาลที่ 6 และมีการสร้างพระราชฐานที่ชื่อว่า พระจุฑาธุชราชฐาน เพื่อเป็นสถานที่ประทับในฤดูร้อนในสมัยรัชกาลที่ 5

16.00 น. ถึงเวลาเรือออกแล้ว เรือออกตรงเวลาดีมากค่ะ เพราะเรือจากเกาะต้องมาจอดตรงที่เดียวกันเพื่อรับคนรอบต่อไปค่ะ

การเดินทางจากท่าเรือถึงเกาะใช้เวลาประมาณ 45 นาที ค่ะ ระหว่างทางก็จะเห็นเรือเล็กเรือใหญ่เต็มไปหมด เพราะทะเลบริเวณนี้จะเป็นที่จอดเรือใหญ่ค่ะ

45 นาทีผ่านไป เรือก็จอดเทียบที่ท่าเรือเกาะสีชัง ท่าล่างค่ะ พอลงเรือเราจะรู้สึกเหมือนลงเครื่องเลยค่ะ จะมีคนมากมายมารอรับ เด็กๆนักเรียนพ่อแม่ก็จะขี่มอเตอร์ไซค์มารอรับ มีรถของที่พักมารับ มีรถสกายแลป (จะมีลักษณะคล้ายรถตุ๊กๆ) หาลูกค้าอยู่ และมีรถมอเตอร์ไซค์รายวันให้เช่าค่ะ ขออภัยนะค่ะจำราคาไม่ได้ เพราะมัวแต่รีบหารถไปที่พัก รูปท่าเรืออะไรก็ไม่มีเลย เพราะเพื่อนๆแช่สระรอตัวเปื่อยอยู่ค่ะ กลัวพวกนางจะเปื่อยคาสระไปสะก่อน หมั่นไส้เนาะ

เดินแบบ งงๆ ว่าจะไปที่พักยังไงดี มอเตอร์ไซค์ก็ขับไม่เป็น เหมาสกายแลปไปสำหรับ 1 คนก็ไม่ไหวค่ะ เค้าคิดเราประมาณ 250 บาท เพราะบอกที่พักเราไกล ถ้าไปกันหลายๆ คนเราว่าสกายแลปนี่ดีเลยค่ะ สะดวกสบายดี

พอเราเดินวนไปมาสักพัก เห็นลุงวินขับมาส่งผู้โดยสารที่ท่าเรือเราจึงเข้าไปชาร์ตลุงทันทีค่ะ ลุงคิดราคา 60 บาทขาดตัว ต่อราคาไม่ได้แล้วเพราะบอกว่าไกล แต่เราก็ตกลงนะดีกว่าเหมาสกายแลปค่ะ

ระหว่างทางที่ซ้อนท้ายลุงไปที่พัก เราก็พูดคุยกับลุงไปเรื่อยๆ ถามนั้นนี่ไป ลุงแกก็ใจดีนะตอบทุกอย่างชวนคุยกันไปมาตลอดทาง เนื่องจากด้วยทางขึ้นลงเขา และรถลุงเป็นคันเล็กบวกกับตัวเราและลุงไม่ใช่เล็กๆ เลยใช้เวลาประมาณ 10-15 นาทีได้ค่ะ แถมทางเข้าที่พักก็เป็นทางที่โรยด้วยหินล้วนๆ เลย เราสงสารลุง และล้อรถลุงขึ้นมาเลยค่ะ จะรอดไหม นี่ละที่เค้าว่าเส้นทางไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ จริงด้วยค่ะหินกรวดล้วนๆ กว่าจะถึงที่พักได้ลุ้นตัวโก่งเลย

และในที่สุดก็ถึงที่พักคืนนี้ของเราคือ ปารีฮัท ในเวลา 17.00 น. เพื่อนๆ ขึ้นจะสระ อาบน้ำเตรียมตัวทานมื้อเย็นกันแล้วค่ะ อดลงน้ำเลย แต่ไม่เป็นไร พรุ่งนี้เช้าเจอกันนะสระน้ำวิวทะเล

ระหว่างนั้นเราก็ไปเดินเล่นรอ บรรยากาศดีมากๆค่ะ ตัวบ้านที่พักน่ารักค่ะ

เป็นกระท่อมหลังๆ และมีชื่อเรียกแต่หลังแตกต่างกันไป เช่น ปลาวาฬ โลมา ปลาดาว ปะการัง กัลปังหา ม้าน้ำ น่ารักดีค่ะ บ้านพักจะมีทั้งห้องแอร์ และห้องพัดลมค่ะ เราเข้าพักห้องพัดลมค่ะ อยากธรรมชาติ ลมทะเลไงค่ะ

หลังจากที่ชมวิวได้ไม่นาน พระอาทิตย์ก็เริ่มตกดินแล้ว เราจึงไปทานอาหารกันค่ะ อาหารเค้ารสชาติใช้ได้ค่ะ แต่บางเมนูราคาอาจจะสูงไปสักหน่อยค่ะ ภาพช่วงกลางคืนเราแทบไม่ได้ถ่ายเลยค่ะ เพราะว่าแสงไฟน้อย ภาพออกมาเลยมืดสะมาก

พอทานมื้อเย็นอิ่มแล้วเราก็เข้าที่พักค่ะ ที่นี่ไม่มีทีวี และตู้เย็นนะค่ะ รวมทั้งคลื่นโทรศัพท์แทบไม่มีเลยค่ะ จะมีเป็นช่วงๆ เราและเพื่อนๆ จึงไปนั่งคุยกันถึงแพลนวันพรุ่งนี้ที่เก้าอี้กลางแจ้ง ลมดีมากๆ เสียงคลื่นกระทบผาดังตูมๆ เลยค่ะ นอนคุยสักพัก ต่างคนต่างเงียบและเอนหลังมองดูดาวกัน จนกระทั่งฟ้าเริ่มแลบ และส่งเสียงร้อง นั้นคือสัญญาณบอกว่าให้เรารีบกลับที่พักกันได้แล้ว

 

 

เข้าที่พักเราก็หาเกมส์เล่นกัน มาตกที่เกมส์ทายคำใบ้ เฮฮากันไป จนต่างคนต่างเหนื่อย เราจึงขอตัวไปอาบน้ำก่อนจะเข้านอนกัน

ราตรีสวัสดิ์ค่ะ พบกันในตอนต่อไปนะคะ...

ไดอารี่ท่องเที่ยว เล่าโดย กิ๊บก๋ากั่น